#บาร์นี้พี่ชอบ ตามรอยพี่ขอยไปดริงก์กับ 2 บาร์คอนเซปต์เก๋จากหนังใหม่ล่าสุดของค่าย GDH น้อง.พี่.ที่รัก

#ของดีชัชชัช
2 years 1 month ago
By Porpor Leelasestaporn | May 17, 2018

 

เปิดไหยาดองแล้วรำวงไปตามท่วงทำนองหมอลำกับ Studio Lam บาร์สไตล์ไทยๆ ที่คืนชีพสมุนไพรไทยให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง
.
สำหรับใครที่หลงใหลในวัฒนธรรมลูกกรุงและเพลงหมอลำ ควรมาเยือน Studio Lam สักครั้งเพราะที่นี่คือหนึ่งในบาร์คอนเซปต์ไทยที่รวบรวมยาดองที่น่าจะมีให้เลือกเยอะที่สุดในกรุงเทพฯ แล้ว
.
Studio Lam เกิดจากความตั้งใจระหว่าง ณัฐพล เสียงสุคนธ์ หรือ DJ Maft Sai โปรดิวเซอร์ชื่อดังผู้ผลักดันเพลงหมอลำไทยให้โกอินเตอร์ถึงเมืองนอกและร้านแผ่นเสียง Zudrangma Records ภายในร้านจึงออกมาในคอนเซปต์ไทยย้อนยุคสไตล์ลูกกรุง ไม่ว่าจะปกแผ่นซีดีเพลงเก่าๆ ที่แขวนอยู่ตามผนังร้าน รวมไปถึงขวดโหลยาดองที่วางอยู่บนเชลฟ์บาร์อย่างเนืองแน่น 
.
จริงอยู่ที่ยาดองของหลายๆ ที่จะขึ้นชื่อเรื่องความแรง ดื่มยาก และมีรสชาติไม่ต่างจากยาแก้ไอที่เราโดนแม่บังคับให้กินตอนเด็กๆ แต่เราอยากให้ทุกคนเปิดใจลองลิ้มรสยาดองโฮมเมดของ Studio Lam ดูก่อน เพราะทางร้านลงมือหมักยาดองด้วยตัวเอง โดยเลือกใช้เหล้าชนิดอื่นๆ แทนเหล้าขาว ทำให้รสชาติที่ได้มีความกลมกล่อมมากขึ้นอย่าง น้ำผึ้งมัจจุราช (220 บาท) ที่นำเอารังผึ้งทั้งแผงลงไปอินฟิวส์กับเหล้าเตกิล่า ในส่วนของค็อกเทลเรายังแนะนำให้สั่งเมนู Cinnamon (300 บาท) ที่ใช้ ‘ม้าสามเอ็น’ ยาดองมิกซ์เหล้าจินและน้ำมะนาว ที่ได้ความหวานจากน้ำองุ่นแดงและกลิ่นหอมจากไซรัปอบเชย ท็อปด้วยผลส้มและน้ำตาลทรายไหม้เกรียมเล็กน้อย
.
ซอยสุขุมวิท 51
อังคาร-อาทิตย์ 18:00-02.00 น.
02-261-6661 
BTS ทองหล่อ

 

กดเบอร์ลับผ่านตู้โทรศัพท์เก่าแล้วเข้าไปใน Havana Social บาร์กลิ่นอายย้อนยุคที่จะพาคุณไปรู้จักความร่ำรวยทางประวัติศาสตร์ของคิวบา
.
ย้อนกลับไปช่วงปี 1950s กรุงฮาวานาคือแหล่งรวมความบันเทิงที่คราคร่ำไปด้วยบรรดาผู้ที่หลงรักในเสียงดนตรีและความสนุกของประเทศคิวบา แต่ความสนุกนั้นก็ต้องหยุดชะงัก หลังจากการยึดอำนาจของนายพลฟีเดล คาสโตร จนประเทศคิวบาตกอยู่ภายใต้ระบบสังคมนิมยมตั้งแต่นั้นมาทาง Havana Social จึงดึงเอาความสวยงามและเสน่ห์สีสันทางวัฒนธรรม มาเป็นเอกลักษณ์ของร้านบาร์ลับประจำซอยนานาที่โผล่มาช่วงกลางเรื่องของหนังเรื่องนี้
.
ความเป็นบาร์ลับของ Havana Social ไม่ได้จบแค่การค้นหาตัวร้านให้พบเพียงเท่านั้น เพราะก่อนที่จะเข้าไปในตัวร้านได้ จะต้องรู้รหัสผ่านของร้านเสียก่อน เราแนะนำว่าเมื่อเดินเข้ามาจากซอยนานา 11 ให้พยายามสังเกตตู้โทรศัพท์ที่มีแผ่นป้ายคำว่า ‘Telefeno’ ส่วนเรื่องรหัสผ่านขอให้ไปสอบถามพนักงานหน้าร้าน หรือตามเบอร์โทรศัพท์ด้านล่างนี้ 
.
หากจะบอกว่าทางร้านยกกรุงฮาวานามาไว้ข้างในร้านทั้งเมือง ก็ดูจะไม่ใช่เรื่องโม้สักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นสายไฟที่ห้อยระโยงระยางอยู่ด้านบน รูปวาดติดฝาผนังหน้าตาผุพังกระทั่งข่าวและเพลงที่เปิดในร้านยังเป็นภาษาสเปน เหมือนกับที่ซันนี่แซวไว้ในหนังไม่มีผิด นอกจากนี้บริเวณชั้นสองของทางร้าน ยังเปิดเป็นพื้นที่นั่งสูบซิกการ์ เคล้าดนตรีรุมบ้าไปในตัว (ทางร้านมีขายด้วย สามารถไปสอบถามกันได้) 
.
เราแทบไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเครื่องดื่มของที่นี่ถึงมีเหล้ารัมเป็นส่วนผสมหลักเกือบทั้งหมด เพราะทาง Havana Social มีสปอนเซอร์หลักเป็นรัม Bacardi สำหรับรายการค็อกเทลทางร้านแบ่งออกเป็น 2 หมวดตามธีมยุคสมัย หมวดแรกเรียกว่า Pre-Revolution (ก่อนยุคปฎิวัติ) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค็อกเทลหน้าตาครีเอทใช้ได้ โดยเราประเดิมแก้วแรกกันที่ Cuba Libre (260 บาท) ได้รสชาติคล้ายไซรัปเมเปิ้ลจาก Barcardi Black ผสมกับแองกอสตูราบิตเตอร์ เพิ่มรสหวานจากโค้กพร้อมตัดรสด้วยใบมะกรูด แต่ตัวที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Between Two Sheets (300 บาท) ที่บาร์เทนเดอร์เสิร์ฟมาให้เราทานถึงสองแก้ว แก้วเล็กเป็น Barcardi Black ผสม Hennessy ส่วนแก้วใหญ่เป็น Grand Marnier ผสมน้ำมะนาวและน้ำเชื่อมทับทิม โดยเราแนะนำว่าพอดื่มไปได้สักพัก ให้เทผสมรวมกันจะได้รสชาติแปลกใหม่มากขึ้น 
.
ในส่วนของอาหาร ทางร้านยังมีสตรีทฟู้ดอย่าง เอ็มปานาด้า ขนมปังอบกรอบสอดไส้ผักโขมและหมูเนื้อฉีกรสฉุ่มช่ำและแซนด์วิชคิวบาให้สั่งมาเป็นกับแกล้มด้วย สำหรับใครที่สนใจ vibe ดีๆ แบบในหนัง เราแนะนำว่าให้ไปในช่วงวีคเอนด์ เพราะเขาจะเปิดฟลอร์ให้เต้นซัลซ่ากันด้วย 
.
1/1 ซอยสุขุมวิท 11
ทุกวัน 18:00-02:00 น.
061-450-3750 
BTS นานา

LEAVE A COMMENT